ประวัติและปฏิปทา

พระราชสิริวชิโรดม เจ้าอาวาสวัดป่าบ้านเหล่าและเจ้าคณะจังหวัดเชียงราย ธรรมยุต

หลวงพ่อสุขเลิศยืน.jpg

รูปถือพัศยศ.jpg

พระราชสิริวชิโรดม (สุขเลิศ กนฺตธมฺโม) เป็นพระอนุเถระนักปฏิบัติธรรมกัมมัฏฐาน ที่ชาวเมืองเชียงรายและพุทธศาสนิกชนโดยทั่วไปต่างเลื่อมใสศรัทธา ในฐานะผู้บำเพ็ญศาสนกิจเพื่อความจำเริญรุ่งเรืองแห่งพระพุทธศาสนา ทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับชาตินานัปการ ถึงพร้อมด้วยศีลาจารวัตรอันงดงาม ดำเนินตามรอยธรรม พระบูรพาจารย์สายกัมมัฏฐานสายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต

พระราชสิริวชิโรดม มีนามเดิมว่า สุขเลิศ ภูคำวงษ์  เกิดเมื่อวันที่ 10 มกราคม พ.ศ.2509 ตรงกับวันจันทร์ แรม 4 ค่ำ เดือน 2 ปีมะเส็ง ณ บ้านเลขที่ 24 หมู่ 9 ต.บ้านจีต อ.หนองหาน จ.อุดรธานี โยมบิดา-โยมมารดาชื่อ นายทอง และนางทองสุข ภูคำวงษ์ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบ้านเหล่า ต.ทุ่งก่อ อ.เวียงเชียงรุ้ง จ.เชียงราย และดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดเชียงราย (ธรรมยุต)

วัยหนุ่มวัยเยาว์.jpg

การศึกษาเบื้องต้นและการอุปสมบท

ช่วงวัยเยาว์

ปีพ.ศ.2516  ได้เข้ารับการศึกษาที่โรงเรียนบ้านจีต ต.บ้านจีต อ.หนองหาน จ.อุดรธานี ปีพ.ศ.2522 จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่โรงเรียนบ้านจีต ต.บ้านจีต อ.หนองหาน จ.อุดรธานี ปีพ.ศ.2525 จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่โรงเรียนกู่แก้ววิทยา ต.บ้านจีต อ.หนองหาน จ.อุดรธานี ปีพ.ศ.2528 จบชั้นปวช.(ประกาศนียบัตรวิชาชีพ) ที่วิทยาลัยเทคนิคอุดรธานี อ.เมือง จ.อุดรธานี ปีพ.ศ.2530 จบชั้นปวส.(ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง) ที่วิทยาลัยเทคโนโลยี่และอาชีวศึกษา วิทยาเขตเทคนิคขอนแก่น (ไทย-เยอรมัน) ปีพ.ศ.2558 จบชั้นปริญญาตรี สาขารัฐประศาสนศาสตร์บัณฑิตที่สถาบันรัชต์ภาคย์ จ.สกลนคร ย่างเข้าวัยหนุ่มฉกรรจ์ เมื่อจบการศึกษาปี พ.ศ.2530 ก็เข้าทำงานที่บริษัทเอเชียจำกัด ตำแหน่งช่างเครื่องจักรกลในกรุงเทพฯ ทำงานได้สักระยะหนึ่ง มีเพื่อนที่เรียนวิทยาลัยเทคโนโลยี่และอาชีวศึกษา วิทยาเขตเทคนิคขอนแก่น(ไทย-เยอรมัน) ชวนมาบวชเพื่อเป็นการสนองพระคุณของคุณแม่ กอรปกับก่อนที่จะลงมาทำงานที่บริษัทนี้ แม่ก็ขอร้องว่าบวชให้แม่ก่อนนะ มีจิตใจฝักใฝ่และศรัทธาหลักธรรมคำสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นต้นทุนอยู่แล้ว เพราะแม่และครอบครัวได้เข้าวัดฟังธรรมและรักษาศีลเป็นประจำ จึงได้ตัดสินใจมาเพื่อบวชสนองพระคุณ

S__1818631_0.jpg

ได้เข้าพิธีอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ พัทธสีมาวัดศรีคุณาราม ตำบลบ้านจีต อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ.2530  โดยมีพระครูวิสุทธิธรรมสุนทร วัดศรีคุณาราม ตำบลบ้านจีต อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูอุดมชัยคณารักษ์ วัดป่าโนนทองอินทร์ ตำบลโนนทองอินทร์ อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระครูโสภณสมณกิจ วัดป่ามณีศรีโคตมวงศ์ ตำบลบ้านจีต อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานีเป็นพระอนุสาวนาจารย์

พรรษาที่ 1-4 หลังจากอุปสมบทแล้ว ได้อยู่ทำวัตรปฏิบัติพระอุปัชฌาย์ และศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรม จนกระทั่งสามารถสอบไล่ได้นักธรรมชั้นเอก จึงได้รับหน้าที่ให้เป็นครูสอนพระปริยัติธรรมแก่พระภิกษุ-สามเณร ภายในวัด และทำหน้าที่เป็นผู้สวดปาติโมกข์ เป็นระยะเวลา 4 ปี เมื่อครั้งจำพรรษาอยู่ที่วัดป่าศรีคุณาราม ท่านต้องรับภารกิจนิมนต์เป็นจำนวนมาก ทั้งงานศพและกิจนิมนต์ต่าง ๆ ด้วยความที่ยังเป็นพระบวชใหม่ จึงมีความเก้อเขินในบางสถานการณ์ จนบางครั้งเมื่อมีคนเข้ามา ท่านถึงกับต้อง “หลบหนี” ไปเลยก็มี ครั้นล่วงเข้าพรรษาที่ 4 ท่านจึงตัดสินใจ ขออนุญาตพระอุปัชฌาย์ขึ้นมาจำพรรษาทางภาคเหนือออกธุดงค์ร่วมกับหลานชาย โดยให้หลานเป็นผู้ถือปัจจัยติดตัวไว้ จนในที่สุดเมื่อได้เดินทางมาถึงสถานที่วัดป่าบ้านเหล่าของ หลวงปู่ขาน ฐานวโร จำพรรษาอยู่ ก็เกิดความรู้สึก “ถูกจริต” ในธรรมวินัยและแนวปฏิบัติขององค์หลวงปู่ จึงตั้งมั่นอยู่ต่อและได้รับการอบรมสั่งสอนอย่างลึกซึ้ง พรรษาที่ 5-10 จำพรรษาที่วัดป่าบ้านเหล่า ต.ทุ่งก่อ อ.เวียงเชียงรุ้ง จ.เชียงราย โดยมีพระอาจารย์ขาน ฐานวโรเป็นเจ้าอาวาส ได้ตั้งใจอยู่จำพรรษาและศึกษา เรียนกรรมฐานกับท่านอย่างจริงจังได้รับความสงบ จากการประพฤติปฏิบัติธรรมของพระอาจารย์ขาน ฐานวโร ที่ท่านได้เมตตาอบรมสั่งสอนจนประจักษ์ ความจริงที่ใจเป็นลำดับเรื่อยมาใจที่เคยฟุ้งซ่าน รำคาญ กวัดแกร่ง ดิ้นพล่าน กลับมาสงบเยือกเย็น มีปัญญาเฉลียวฉลาดทันต่ออารมณ์ทั้งหลายได้ ความคิดปรุงแต่งไม่สามารถที่จะเข้ามาบังคับใจ เหมือนแต่เดิมได้ ได้รับความสงบเยือกเย็นเรื่อยมา พร้อมได้ยึดแนวทางดำเนินหลักปฏิบัติของท่าน พระอาจารย์ขาน ฐานวโร มาเป็นแบบฉบับประพฤติวัตรปฏิบัติธรรมมาเป็นอย่างดี สามารถปกครอง ตนได้และหมู่คณะได้ จนเป็นที่ท่านพระอาจารย์ ฐานวโร แน่ใจและมั่นใจในตัว และท่านได้เมตตาให้ รับภาระดูแลอุปัฐากท่านมาโดยตลอด จนท่านได้ละสังขาร เมื่อวันที่31กรกฎาคมพ.ศ. 2549 พรรษาที่ 11 จำพรรษาที่วัดถ้ำพระ ต.กลางใหญ่ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี กับหลวงตาจันทา ธมฺมธโร พรรษาที่ 12 จำพรรษาที่วัดป่าบ้านเหล่า ต.ทุ่งก่อ อ.เวียงเชียงรุ้ง จ.เชียงราย กับพระอาจารย์ขาน ฐานวโร พรรษาที่ 13 จำพรรษาที่วัดถ้ำช้างสี ต.ดินจี่ อ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์ พรรษาที่ 14 จำพรรษาที่วัดป่าบ้านเหล่า ต.ทุ่งก่อ อ.เวียงเชียงรุ้ง จ.เชียงราย กับพระอาจารย์ขาน ฐานวโร พรรษาที่ 15 จำพรรษาที่วัดป่าห้วยสิริขันธ์(โนนสว่าง) ต.คำชะอี อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร พรรษาที่ 16-19 จำพรรษาที่วัดป่าดอยแสงธรรม (สาขาวัดป่าบ้านเหล่า) ต.ทุ่งก่อ อ.เวียงเชียงรุ้ง จ.เชียงราย กับพระอาจารย์ขาน ฐานวโร ผู้อุปถัมภ์ดูแล พรรษาที่ 20-ปัจจุบัน จำพรรษาที่วัดป่าบ้านเหล่า ต.ทุ่งก่อ อ.เวียงเชียงรุ้ง จ.เชียงราย

ตำแหน่งการปกครอง

พ.ศ.2547 ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดป่าบ้านเหล่าและเป็นเจ้าคณะตำบลทุ่งก่อ(ธรรมยุต) พ.ศ.2549 ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดป่าบ้านเหล่า พ.ศ.2556 ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอเวียงเชียงรุ้ง (ธรรมยุต) พ.ศ.2561 ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะเชียงราย (ธรรมยุต)

รูปเต็มยศพร้อมพัศยศ.jpg

ลำดับงานปกครองคณะสงฆ์

พ.ศ.2547 ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าคณะตำบลทุ่งก่อ(ธรรมยุต) พ.ศ.2552 ได้รับแต่งตั้งให้เป็นพระครูสัญญาบัตรเจ้าคณะตำบลชั้นโทที่ พระครูกันตธรรมานุวัฒน์ พ.ศ.2556 ได้รับแต่งตั้งให้เลื่อนเป็นพระครูสัญญาบัตรเจ้าคณะอำเภอชั้นโทที่ พระครูกันตธรรมานุวัฒน์ พ.ศ.2556 ได้รับแต่งตั้งให้เป็นพระอุปัชฌาย์สามัญ พ.ศ.2559 ได้รับแต่งตั้งให้เลื่อนเป็นพระครูสัญญาบัตรเจ้าคณะอำเภอชั้นเอกที่ พระครูกันตธรรมานุวัฒน์.วิ ฝ่ายวิปัสสนาธุระ พ.ศ.2561 ได้รับแต่งตั้งให้เลื่อนเป็นพระอุปัชฌาย์วิสามัญ ในตำแหน่งเจ้าคณะเชียงราย (ธรรมยุต) พ.ศ.2562 ได้รับพระราชทานแต่งตั้งให้เลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะในราชทินนามที่ พระสิริวัฒโนดม พ.ศ.2567 ได้รับพระราชทานแต่งตั้งให้เลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชสิริวชิโรดม

การปฏิบัติศาสนกิจ

พระราชสิริวชิโรดม ท่านเป็นพระที่มีความรอบรู้ในเรื่องนวกรรม จึงได้ร่วมชักชวนญาติโยมตำบลทุ่งก่อ ทำการก่อสร้างศาลาการเปรียญ อุโบสถ กุฏิกัมมัฏฐาน ปรับภูมิทัศน์ภายในวัดป่าบ้านเหล่าและวัดดอยแสงธรรมให้มีความร่มรื่น ด้วยการปลูกต้นไม้ และนำพันธุ์ไม้หายากมาปลูก ทำให้ภายในวัดมีความร่มรื่นเย็นสบาย